สวัสดีครับ ตอนแรกว่าจะคุยเรื่องน่ายินดี แต่คงต้องหยุดไว้ก่อน เพราะงานนี้มันมาแล้วครับ "ไข้หวัดหมู" ซึ่งเขาว่ากันว่า ร้ายแรงกว่าไข้หวัดนกเสียอีก แงๆๆ

 

 

 

 

ด่วน! ไทยพบผู้ป่วยต้องสงสัยติด “หวัดเม็กซิโก” หลังเดินทางมาจากเมืองจังโก้ รพ.จุฬาฯ เตรียมแถลง 16.00 น.นี้ กรมวิทย์เตรียมพร้อมห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์แยกเชื้อไข้หวัดใหญ่ เม็กซิโก ประสานเครือข่ายฯ ห้องปฏิบัติการทั่วประเทศ มีศักยภาพสามารถตรวจหาเชื้อไวรัสพันธ์ใหม่ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เชื้อต้นแบบจากฮู อาศัยถอดรหัสพันธุกรรมเทียบได้ ชี้ต้องตรวจยืนยันผลรอบคอบ 2 ครั้ง มั่นใจก่อนประกาศผลหากพบผู้ติดเชื้อ

(มันมาแล้ว ใครไปเม็กซิโกมา ไปรายงานตัวที่โรงพยาบาลด่วน)

 

 

ซึ่งข้อมูลของไวรัสตัวนี้ ก็คือ เป็นเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิด A สายพันธุ์ H1N1 ซึ่งอันที่จริงก็เป็นสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่พบในคน แต่ทว่า H1N1 ที่พบล่าสุดนี้แตกต่างออกไป คือมีสารทางพันธุกรรมที่พบในสายพันธุ์ต่างๆ ของไวรัสที่ติดต่อในคน หมู และสัตว์ปีกผสมกันอยู่

(มันจะกระโดดข้ามเผ่าพันธุ์กันทำไมวะ)

 

      
แต่ถ้าหากเปรียบเทียบกับเชื้อไข้หวัดนก (H5N1)นะครับ เชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่นี้ (H1N1) มีความรุนแรงของโรคน้อยกว่าไข้หวัดนก มีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าไข้หวัดนก 10 เท่า และรักษาได้ง่ายกว่า

(เฮ้อ แล้วไป)

 

 

แต่มีการแพร่กระจายเชื้อมากกว่าและรวดเร็วกว่า

(อ้าว เฮ้ย!)

 

 

เขาว่าอีกว่า สายพันธุ์ดังกล่าวไม่ได้ติดต่อจากหมูสู่คน แต่ติดจากคนสู่คน ซึ่งต่างจากไข้หวัดนกที่จะไม่ติดต่อจากคนสู่คน

(อย่างนี้ก็วัณโรคดีๆนี่หว่า หยึย)

 

 

แต่อย่าห่วง โรคดังกล่าวสามารถใช้ยาต้านไวรัส โอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) หรือทามิฟลู (Tamiflu) ในการรักษาได้เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดนก ขณะนี้ไทยมียาโอเซลทามิเวียร์สำรองไว้อย่างเพียงพอ

(งั้นรีบเป็นดิ เดี๋ยวยาหมด ซะงั้น)

 

 


สำหรับข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ดังกล่าว มีดังนี้


       

       อาการ ผู้ป่วยมีไข้แบบฉับพลัน และมีอุณหภูมิของร่างกายสูงกว่า 38 องศาเซลเซียส รวมทั้งมีอาการไอ คัดจมูก มีน้ำมูก ปวดศีรษะ ปวดตามข้อหรือปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย

       
       การแพร่เชื้อ ติดต่อได้เช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่ในคนโดยทั่วไป คือเชื้อนั้นจะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย แพร่ไปยังผู้อื่นโดยการไอหรือจาม การรับประทานอาหารร่วมช้อนและภาชนะ หรือติดจากการสัมผัสมือและสิ่งของที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ และเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูกและตา เช่น การแคะจมูก การขยี้ตา

       
       การวินิจฉัยโรค ต้องนำสารคัดหลั่งทั้งจากจมูกและปากของผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ ไปตรวจสอบภายในช่วง 24-72 ชั่วโมงแรก นับจากที่บุคคลนั้นเริ่มแสดงอาการต่างๆ ตามที่ระบุไว้ รวมทั้งต้องมีการเก็บตัวอย่างเลือด เพื่อค้นหาเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ด้วย

       
       วิธีการรักษา ในรายที่ยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ จะใช้ยา Oseltamivir (Tamiflu) และ Zanamivir (Relenza) หากได้รับยาภายใน 48 ชั่วโมงก็จะสามารถรักษาได้ทัน

       
       สำหรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการป้องกันไวรัสสายพันธุ์ใหม่ซึ่งมีลักษณะของสารทางพันธุกรรมแตกต่างออกไป นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ กำลังพัฒนาวัคซีนตัวใหม่อยู่ แต่คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่จะนำออกมาใช้ได้จริง

       
       มาตรการป้องกัน เช่น การสวมหน้ากากอนามัย ไม่ทักทายกันด้วยการจูบหรือสัมผัสมือ ไม่รับประทานอาหารร่วมช้อนและภาชนะเดียวกันกับผู้อื่น จัดสถานที่อยู่อาศัยและที่ทำงานให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนหรือสถานที่แออัด รักษาความสะอาดของสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น โทรศัพท์ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงโดยรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า และล้างมือบ่อยๆ
 

(โอเครับทราบข้อมูลและการป้องกันครับ)

 

 

 จ๊ะเอ๋ ตัวเอง!

 

 

เอาล่ะครับ มาตรการป้องกันโรคได้เวลาเริ่มต้นอีกแล้วครับ หวังว่าประเทศไทยเราจะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างดีนะครับ เป็นกำลังใจให้ผู้เกี่ยวข้องครับ

 

ที่มาของข้อมูลครับ

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047351

http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000047587

 

 

 

 

 

 

edit @ 28 Apr 2009 17:27:17 by Jowkun

edit @ 28 Apr 2009 17:28:05 by Jowkun

edit @ 28 Apr 2009 17:29:33 by Jowkun

edit @ 28 Apr 2009 17:29:56 by Jowkun

Comment

Comment:

Tweet

อู๊ดๆๆๆๆๆๆ
เป็ดติดไข้หวัดหมูก๊าบ อู๊ดๆๆๆๆๆ

#2 By Shuu Exteen on 2009-04-29 01:12

เดี๋ยวนี้มีโรคกลายพันธุ์เยอะ น่ากลัวทีเดียวangry smile